เขียน Android
วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2562
วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562
7. gradlew installDebug
พร้อมแล้ว ก็ใช้คำสั่งติดตั้งกันเลย
C:\Users\User\Desktop\AndroidProject\app> gradlew installDebug
ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ก็จะได้แอพ ที่มีชื่อว่า MainActivity ดังรูปข้างบน สั่งรันได้เลย ก็จะปรากฎข้อความ "Hello World MainActivitry " บนหน้าจอ
อย่างที่บอกไว้ ในบทความก่อนๆ ... คือว่าเรายังไม่ได้เขียนโค้ดอะไรเลย อาศัยว่าตัว SDK จัดการให้เราทั้งหมด เพราะจุดประสงค์ของบทความชุดนี้ เพื่อต้องการเรียนรู้ ขั้นตอนในการสร้างโปรเจ็ค โดยไม่ใช้ Android Studio โดยจะสร้างผ่าน command line ทั้งหมด
ถ้าคุณๆ ต้องการพัฒนาต่อไป ก็ไปฝึกการเขียนโค้ดของแอนดรอยน์ ซึ่งตัวโค้ด จะอยู่ในโฟลเดอร์ย่อย C:\Users\User\Desktop\AndroidProject\app\src
บทความชุดนี้ ก็ขอจบเพียงเท่านี้ ครับ ต่อไปผู้เขียนเอง ก็กำลังคิดๆว่า จะเล่นกับพวก c++ ndk sdl2 opengl es3 ความรู้ในบทความชุดนี้ ก็เตรียมไว้เพื่อ เกมส์ c++ นี่แหละ ว่าจะย้ายจาก PC มาลงแอนดรอยน์ :-)
6. gradlew assembleDebug
ขั้นตอนต่อไป ก็เป็นการคอมไพล์ และสร้าง Package ของแอพ โดยการสั่งให้ โปรแกรม Gradle จัดการทำงานให้เราทั้งหมด ... จะเห็นได้ว่า สุดๆ แล้ว เราก็ยังต้องพึ่ง Gradle จัดการให้เราทุกอย่าง หุหุหุ... ถ้า Gradle มีปัญหา ก็ ... #@!*!
คำสั่งที่ใช้ ก็คือ C:\Users\User\Desktop\AndroidProject\app>gradlew assembleDebug
สั่งไปแล้วถ้าขึ้นดังรูปข้างบน แสดงว่าทุกอย่าง ก็ OK และเราก็จะได้โฟล์เดอร์ย่อยมาเพิ่ม คือ Build (ขึ้นตอนนี้ เหมือนกับการสั่ง Build ใน Android Studio)
ในขั้นตอนนี้ ถ้าต้องการแก้ไขโค้ดต่างๆ ก็สามารถทำได้ แล้วก็ลบโฟล์เดอร์ย่อย Build ทิ้งไป แล้วก็สั่งคอมไพล์ใหม่ ....
ขั้นตอนต่อไป ก็จะเป็นการติดตั้งแอพ ที่เราสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะติดตั้งบนมือถือจริงๆ หรือ มือถือจำลองที่สร้างใน Geny Motion ก็ได้
ก่อนที่จะรันคำสั่งติดตั้ง เราต้องเปิด Geny Motion (ทดสอบบนมือถือจำลอง) หรือ ต่อมือถือเข้ากับคอมพิวเตอร์ ผ่าน USB (ทดสอบบนมือถือจริง) และเข้าไปเซทค่าในมือถือให้อยู่ในโหมด Developer ซะก่อน รายละเอียดวิธีการเซท หาอ่านได้ที่นี่ https://nextflow.in.th/2014/enable-android-developer-option/
เปิด Geny Motion แล้ว หรือ เชื่อมต่อมือถือกับคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว ก็ลองใช้คำสั่งหาว่า ระบบตรวจพบหรือไม่ โดยใช้คำสั่ง
C:\Users\User\Desktop\AndroidProject\app>adb devices
ถ้าระบบตรวจพบ มือถือ ไม่ว่าจะเป็นแบบจำลอง หรือ มือถือจริงๆ ก็จะแจ้งดังแบบรูปข้างบน
บทความต่อไป ก็จะอธิบาย คำสั่งในการติดตั้ง ซึ่งมาถึงขั้นนี้ ก็ง่ายมากแล้ว
วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561
5. gradlew tasks
ใช้คำสั่ง C:\Users\User\Desktop\AndroidProject\app> gradlew tasks
ใน command line window ถ้าขึ้นตามรูปข้างล่าง แสดงว่าทุกอย่างไปได้สวย จะมีการดาวน์โหลด gradle มาให้โดยอัตโนมัติ
ถ้าเข้าไปดูในโฟล์เดอร์ ก็จะพบว่า มีโฟล์เดอร์ย่อยเพิ่มมาหนึ่ง นั่นคือ .gradle ภายในก็จะประกอบด้วย gradle version 4.6 ที่เราต้องการ
พอมาถึงตอนนี้ ก็อาจจะมีคนสงสัยว่า เอ๊ะ .... โปรเจ็คของแอพอะไร ไม่เห็นมีการเขียนโค้ด อะไรเลย ....
ก็นี่เป็นตัวอย่างการสร้างโปรเจ็คโดยไม่ใช้ Android Studio ยังไม่ใช่การเขียนโค้ด อันที่จริง ตัว SDK ก็ได้สร้างโค้ด ที่แสดงคำว่า
Hello World, MainActivity
มาให้เราไว้แล้ว เข้าไปดูได้ ที่ C:\Users\User\Desktop\AndroidProject\app\src\main\res\layout\main.xml
โค้ด Java ก็มี ดูได้ที่ C:\Users\User\Desktop\AndroidProject\app\src\main\java\com\pookazza\comline\MainActivity.java
ยังๆ .... ยังไม่จบขั้นตอน ตอนนี้เพิ่งจะได้ gradle มา ยังไม่ได้ ...
4. การเลือกใช้ Gradle และ Android Gradle plugin
| Plugin version | Required Gradle version |
|---|---|
| 1.0.0 - 1.1.3 | 2.2.1 - 2.3 |
| 1.2.0 - 1.3.1 | 2.2.1 - 2.9 |
| 1.5.0 | 2.2.1 - 2.13 |
| 2.0.0 - 2.1.2 | 2.10 - 2.13 |
| 2.1.3 - 2.2.3 | 2.14.1+ |
| 2.3.0+ | 3.3+ |
| 3.0.0+ | 4.1+ |
| 3.1.0+ | 4.4+ |
distributionUrl = https\://services.gradle.org/distributions/gradle-4.6-all.zip ...เค้าบอกว่า คุณต้องใช้ Android Gradle plugin ให้สอดคล้องกับ Gradle และควรจะเลือกใช้ version ล่าสุด
จากข้อมูลที่ได้จากเว็บไซต์ข้างบน ผู้เขียนเลือกที่จะใช้ Gradle เวอร์ชั่น 4.6 ซึ่ง สามารถใช้ร่วมกับ
Android Gradle plugin เวอร์ชั่น 3.2.1และ SDK Build Tools 28.0.3
Android Gradle plugin เวอร์ชั่น 3.2.1และ SDK Build Tools 28.0.3
ซึ่งตัว SDK Build Tools 28.0.3 ได้โหลดเตรียมไว้แล้วตั้งแต่ตอน 2. ดาวน์โหลดซอฟท์แวร์ ที่เกี่ยวข้อง
Gradle เวอร์ชั่น 4.6 ดาวน์โหลดได้ที่ https://services.gradle.org/distributions/ แต่ว่าเราจะไม่ดาวน์โหลดเอง หร๊อก... แต่เราจะเข้าไปแก้ไข config ในโปรเจ็คที่เราสร้างขึ้น จากนั้น สั่งรัน ตัวโปรเจ็คจะดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมดเอง
3. ลงมือสร้าง android project
หลังจากทำตามขั้นตอน ในบทความตอนที่ 2. ดาวน์โหลดซอฟท์แวร์ ที่เกี่ยวข้อง ได้แล้ว ต่อไปก็เป็นการสร้างโปรเจ็ค
ก่อนอื่น ก็ให้สร้างโฟลเดอร์ ที่เราจะเก็บแอนดรอยน์โปรเจ็คของเรา ซะก่อน ผู้เขียนเลือกที่จะสร้างโฟลเดอร์ไว้ใน Desktop และตั้งชื่อว่า AndroidProject
ที่ command line window ให้เข้าไปที่ C:\Users\User\Desktop\AndroidProject
ก่อนที่จะสร้างโปรเจ็ค เรามาลองทำความคุ้นเคยกับคำสั่ง "android" กันก่อน นิดนึง
ลองใช้คำสั่ง android list target
C:\Users\User\Desktop\AndroidProject> android list target
จะได้ข้อมูล แอนดรอยน์ ที่เราติดตั้งไว้ ซึ่งต่อไปเราจะนำมาใช้
ก่อนอื่น ก็ให้สร้างโฟลเดอร์ ที่เราจะเก็บแอนดรอยน์โปรเจ็คของเรา ซะก่อน ผู้เขียนเลือกที่จะสร้างโฟลเดอร์ไว้ใน Desktop และตั้งชื่อว่า AndroidProject
ที่ command line window ให้เข้าไปที่ C:\Users\User\Desktop\AndroidProject
ก่อนที่จะสร้างโปรเจ็ค เรามาลองทำความคุ้นเคยกับคำสั่ง "android" กันก่อน นิดนึง
ลองใช้คำสั่ง android list target
C:\Users\User\Desktop\AndroidProject> android list target
จะได้ข้อมูล แอนดรอยน์ ที่เราติดตั้งไว้ ซึ่งต่อไปเราจะนำมาใช้
2. ดาวน์โหลดซอฟท์แวร์ ที่เกี่ยวข้อง
ก็ตามหัวข้อเลย ซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้อง ก็มี Java SE ดาวน์โหลดมาแล้วก็ติดตั้ง
ผู้เขียนเลือกใช้เวอร์ชั่น Windows x64207.22 MB jdk-8u191-windows-x64.exe
แล้วก็ลองเรียกโดยใช้คำสั่ง "java" หรือ "javac" ใน command line
ผู้เขียนเลือกใช้เวอร์ชั่น Windows x64207.22 MB jdk-8u191-windows-x64.exe
แล้วก็อย่าลืมไป เซท Path ในวินโดว์ตามที่วิดีโอสอนไว้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









